6 ทัศนะคนใน กับ ความหวัง จชต. ต่อการเลือกตั้ง 24 มีนา

    0
    158
    ปรัชญเกียรติ ว่าโร๊ะ / ยูซุฟ ม่ามะ

    24 มีนา 62 วันสำคัญของคนไทยทั้งประเทศ เช่นเดียวกับคนในพื้นที่่ชายแดนใต้ เพราะเป็นวันสำคัญ ที่ไม่เพียงแค่บรรยากาศประชาธิปไตยจะค่อยๆกลับคืนมาเท่านั้น แต่หมายรวมถึงทิศทางการแก้ปัญหา จชต. ด้วยเช่นกัน แต่จะมีความหวังมากน้อยแค่ไหน ลองมาฟังกับ 6 ทัศนะของภาคประชาชนคนในที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนงานส่งเสริมสันติภาพปตานี/จชต. ว่าคิดเห็นอย่างไรกันบ้าง

     

    ทัศนะเครือข่ายชาวพุทธ จชต.

    รักชาติ สุวรรณ เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ (B4P)

    บอกว่าเขาก็โหยหาถึงประชาธิปไตย อยากให้มีกระบวนการแก้ไขปัญหาด้วยแนวทางการเมือง และคิดว่าแนวทางการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เนี่ย ยังไงๆ ก็ไม่พ้นทหาร เพราะในเรื่องของการตัดสินใจ ในเรื่องของการพูดคุยในเรื่องของการต่อรองอะไรพวกนี้ ท้ายที่สุดก็ต้องกลับไปหาทหาร ที่เขาบอกว่าการเมืองนำการทหารเนี่ย มันเป็นเพียงแค่วาทกรรมที่เขาเอามาใช้กันอยู่ แต่ความจริงมันไม่ใช่

    “เราต่างก็คิดว่ารัฐบาลทหารไม่สามารถแก้ไขปัญหาความไม่สงบชายแดนใต้ได้ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอาจมีหนทางที่สามรถแก้ได้ด้วย แต่ผมมองว่าต่อให้มีการเลือกตั้งและได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยแล้ว ปัญหาความไม่สงบชายแดนใต้มันก็หนีไม่พ้นการตัดสินใจของทหารอยู่ดี” เป็นสิ่งที่ “รักชาติ”  คิด

     

    ทัศนะกลุ่มเยาวชน

    อัสซูวรรณ เปาะหะ ประธานที่ปรึกษากลุ่มเยาวชนสร้างสรรค์ จชต.

    แม้จะมีการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 แล้วมีพรรคการเมืองใดๆ เสนอนโยบายต่างๆ แม้ประชาชนเห็นว่านโยบายที่เสนอโดยพรรคการเมืองสามารถแก้ไขปัญหาเขาได้ก็ตาม แต่ด้วยข้อจำกัด และองค์ประกอบของรัฐธรรมนูญ 2560

    “ทั้งเงื่อนไขจำนวนสมาชิกวุฒสภา (ส.ว.) มาจากการแต่งตั้งโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จำนวนมาก และส.ว. เหล่านั้นก็สามารถโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ รวมถึงกลไกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทำให้นโยบายของพรรคการเมืองที่ประชาชนชื่นชอบไม่มีทางนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง หรืออาจปฏิบัติได้จริงค่อนข้างยาก” อัสซูวรรณ  แสดงทัศนะ

    อัสซูวรรณ  เห็นว่า ถึงแม้จะมีการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 แล้วก็ตาม แต่มีองค์ประกอบของรัฐธรรมนูญ 2560 อยู่เนี่ย ทำให้นโยบายจากพรรคการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งแล้วปฏิบัติไม่ได้มันก็จะนำไปสู่ทางตันอยู่ดี ถึงแม้ว่าเราสามารถเลือกพรรคการเมืองที่เราสั่งได้ก็ตาม สุดท้ายแล้วเสียงของประชาชนก็ไม่สามารถกำหนดความต้องการได้เหมือนการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆ มา มันยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นรัฐบาลพลเรือนก็ตาม

    “หลังการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 หากรัฐบาลทหารไม่สามารถสืบทอดอำนาจได้ สถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อาจจะไม่ตึงเครียดเหมือนตอนคสช. เป็นรัฐบาล อาจนำไปสู่แนวทางที่ดีขึ้นในแง่ของความรู้สึกของประชาชนที่จะสามารถแสดงความคิดเห็น ส่งเสียงได้ จะเป้นส่วนดีที่จะทำให้ภาคประชาสังคม และประชาชนทั่วไปสามารถที่จะส่งเสียงตัวเอง”

    “รวมถึงการพูดคุยสันติภาพระหว่างรัฐไทยกับผู้เห็นต่างจากรัฐ ล่าสุดมีการออกแถลงการณ์โดยมาราปาตานีแสดงเจตนาว่าขอคุยกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง สถานการณ์อาจจะดีขึ้นในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้ทำให้สถานการณ์โดยรวมในชายแดนใต้ดีขึ้น” อัสซูวรรณ เชื่อเช่นนั้น

     

    ทัศนะคนทำงานกับเด็กนอกระบบ

    “บุษยมาส อิศดุลย์”  ประธานกลุ่มเด็กนอกระบบ บ้านบุญเต็ม

    ไม่มีทาง ถ้าเอาในมุมมองของพี่นะคะ ต่อให้มีการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 สำเร็จเสร็จสิ้นไปยังไงแล้วแต่ ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ก็ยังคงอยู่ ยังคงดำรงอยู่ด้วยบริบทของการแก้ปัญหามันเป็นความละเอียดอ่อน ซึ่งต้องอาศัยความรู้และความเข้าใจของทุกมิติของพื้นที่ในประเด็นปัญหานั้นๆ 

    “อยู่ๆ จะให้พรรคการเมืองที่ได้จัดตั้งรัฐบาลจากการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม 2562 ถ้าเป็นพรรคการเมืองใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหา 3 จังหวัดเนี่ย และการเป็นรัฐบาลในวาระ 4 ปี ไม่มีทางที่จะแก้ไขปัญหาได้ แต่อาจเป็นบริบทของการเริ่มต้น ตั้งต้นในการแก้ปัญหาได้  แต่การแก้ปัญหาคงไม่สำเร็จเสร็จสิ้น”

    “ถ้าเป็นพรรคการเมืองใหม่ๆ ที่ไม่เคยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล อย่างน้อยก็ทำได้แค่เรียนรู้บริบทปัญหาในทุกมิติภาพรวมของความละเอียดอ่อนในความเป็นพหุ ในความเป็นพุทธ-มุสลิม ในความหลากหลายเชื้อชาติ ประเด็นปัญหาเรื่องของความรุนแรง ผลกระทบในแต่ละด้าน ไม่ว่าทางเศรษฐกิจ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มองเรื่องของการสูญเสียบาดเจ็บ ล้มตาย”

    “อาจจะเป็นการเริ่มต้นวางตัวบุคคลที่จะเข้ามาแก้ปัญหา เพราะฉะนั้นเป็นที่จับตาดูว่าพรรคการเมืองแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะวางตัวบุคคลใดในการเข้ามาแก้ปัญหาชายแดนใต้”

    “อย่างรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จัทร์โอชาเนี่ย อาจารย์ปณิธาน วัฒนายากร เป็นคนเข้ามาช่วยแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ อาจารย์อาจทำประโยชน์ในการแก้ปัญหาให้กับรัฐบาลแล้วก็ได้เพราะไม่การชี้แจง เหรอประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านได้รู้ แต่มุมมองของพี่เองที่เป็นคนในพื้นที่ พี่ก็ไม่เห็นว่าอาจารย์ปณิธาน วัฒนายากรทำอะไรให้กับคนในพื้นที่เลย”

    “เท่าที่พี่จับความรู้สึกได้คือรัฐบาลคสช.เนี่ย จะให้เกียรติและรับฟังอาจารย์ปณิธาน วัฒนายากร ด้วยเพราะอาจารย์ปณิธานเป็นคนในพื้นที่ และเป็นนักวิชาการซึ่งอาจจะมีข้อมูลเชิงลึกหลายๆ อย่าง มีพื้นฐานความรู้ความเข้าใจ 3 จังหวัดชายแดนใต้มาระดับหนึ่งแล้ว บุคคลจึงสำคัญและจำเป็นในเรื่องของการแก้ปัญหาใหเพื้นที่บ้านเรา พี่เลยต้องดูว่ารัฐบาลจากการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม 2562 จะตั้งใครเข้ามาทำให้บ้านเราเกิดการคลี่คลาย อาจจะเป็นคนเก่าที่มีอยู่แล้วส่วนหนึ่ง หรือจะมีคนใหม่เข้ามา”

    “ทั้งนี้ทั้งนั้นรัฐบาลที่ผ่านมารัฐบาลมักสรรหาคนที่เข้ามาแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ด้วยตัวรัฐบาลเอง แต่ไม่ได้มาจากภาคประชาชน ภาคประชาสังคมเป็นคนเสนอ อันนี้พี่ไม่ค่อยมั่นใจ เพราะฉะนั้นพี่เลยไม่ทราบว่าความจริงใจ ความชัดเจน ความลึกซึ้งของคนที่เข้ามาช่วยรัฐบาลแก้ปัญหาบ้านเราเนี่ยจะมีความเข้าใจขนาดไหน”

    เราต้องไม่ลืมว่าปัญหาของบ้านเราเกิดมา 15 ปี  3-4 รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ เริ่มตั้งแต่รัฐบาลคุณทักษิณ ชินวัตร รากมันเกิดจากรัฐบาลคุณทักษิณซะด้วยซ้ำ รัฐบาลคุณทักษิณ แล้วมารัฐบาลคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช) แล้วมารัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้วมารัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทุกคนมีความรู้พื้นฐานของ 3 จังหวัดอยู่ในมือนะ รัฐบาลคสช.ด้วยซ้ำไปที่มาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่

    บุษยมาส จึงมองว่า ไม่ว่าคสช.จะเป็นรัฐบาลต่อ เหรอพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล เหรอพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล พรรคใดก็แล้วแต่ที่เคยมีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัด ได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เขาไม่ได้นับหนึ่งใหม่นะ อย่างน้อยแต่ละพรรคมีพื้นอย่างน้อย 4 ปีแล้วในการเรียนรู้ปัญหาบ้านเรา ขึ้นอยู่กับว่าเขาจริงใจ ตั้งใจในการแก้ไขปัญหาให้บ้านเรามากน้อยแค่ไหน

    ” ถึงมองว่าต้นทุนของคนที่รับทราบปัญหาเนี่ย ถ้าเป็นพรรคเดิมๆ ที่เคยจัดตั้งรัฐบาลเนี่ย อย่างน้อยเขามีต้นทุนแล้ว อย่างพรรคประชาชาติก็เป็นคนในพื้นที่อยู่ในบริบทตรงนี้ก็อาจต่อยอดในการแก้ปัญหาได้เลย อย่างคุณทวี สอดส่อง ก็เป็นอดีตข้าราชการที่ทำงานในพื้นที่ อย่างคุณอนุรุต กฤษณะการะเกตุ ที่เป้นกรรมการบริหารพรรคประชาชาติก็เป็นนายตำรวจที่อยู่ในพื้นที่ แต่ที่ผ่านมาได้แต่ประคองปัญหา และรับทราบปัญหา ตอนอยู่ในตำแหน่งก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะฉะนั้นพี่มองว่าแม้จะได้ร่วมเป็นรัฐบาลสามารถแก้ปัญหาได้เลยไหม พี่ว่ายัง”

    “ถ้าเป็นพรรคที่มาจากที่อื่นเลย อย่างเช่นพรรคไทยรักษาชาติ อนาคตใหม่ที่ไม่ได้มีฐานของการเมืองตรงนี้มาเนี่ย ก็เป็นการเริ่มต้นนับหนึ่ง พี่จึงให้ความสำคัญขึ้นอยู่กับว่าคนที่จะเข้ามารับผิดชอบดูแล 3 จังหวัดชายแดนใต้เป็นใคร”

     

    ทัศนะ The Patani

    “อาเต็ฟ โซ๊ะโก” ประธานกรรมการกำกับยุทธศาสตร์ The Patani

    การเลือกตั้งด้วยตัวมันเองเนี่ย ไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องความขัดแย้งที่มีการขัดกันด้วยอาวุธในพื้นที่ปาตานีได้  ไม่ได้หมายถึงว่าการเลือกตั้งซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่เป็นประชาธิปไตยมันไม่ส่งผลบวกต่อการหาเครื่องมือที่ถูกต้องในการแก้ปัญหาได้

    ทีนี้ในมุมผมก้คือว่า การเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 เป็นการเลือกตั้งที่ถูกวางกรอบโดยรัฐธรรมนูญ 2560 ของรัฐบาลเผด็จการทหาร ซึ่งมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนอยู่แล้วที่ต้องการให้การเมืองค่อยๆ อ่อนแอลง ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่าเราแทบจะคาดหวังกับการเลือกตั้งรอบนี้ไม่ได้เลย

    ถ้าไม่มองในมุมลบมากนักเนี่ยก็เป็นโอกาสที่ดีเหมือนกันที่ประชาชนฝ่ายที่นิยมประชาธิปไตยต้องรวมพลังแสดงให้ฝ่ายอำนาจนิยมได้เห็นว่า แม้ว่าฝ่ายอำนาจนิยมเองมีกรอบมีการวางกับดักเพื่อให้ตัวเองได้ประโยชน์ก็ตาม แต่การแสดงออกของฝ่ายนิยมประชาธิปไตยก็สามารถทำให้สังคมภาพรวมสะเทือนได้

    ซึ่งนั่นเป้นเรื่องระยะยาว ทำให้คนเชื่อมั่นว่าพลังของคนทั่วไปเนี่ยมันสามารถทำให้ฝ่ายอำนาจนิยมค่อยๆ หมดพลังไป ในท้ายที่สุดมันอาจจะนำมาสู่การเลือกตั้งครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 ต่อไป อาจนำมาสู่การได้รัฐบาลพลเรือนจนมาสู่ระบอบประชาธิปไตยเต็มใบจริงๆ  แล้วก็พร้อมที่จะเกิดกลไกทางการเมือง เช่น การลงประชามติ หรือกลไกที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสันติภาพที่ควรจะเป็น

    กลไกที่มันเกิดมาท่ามกลางรัฐบาลพลเรือนตามระบอบประชาธิปไตยเนี่ย มันน่าจะเป็นกลไกที่ถูกต้องในการแก้ปัญหาการขัดกันทางอาวุธในปาตานีได้

     

    ทัศนะ กลุ่มคนหัวใจเดียวกัน

    “ชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์” สำนักหัวใจเดียวกัน

    คิดว่าการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 สามารถแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ได้ในระดับหนึ่ง คืออย่างน้อยที่สุดนักการเมืองมาจากการเลือกตั้งของประชาชนในพื้นที่จริงๆ คือเราย้อนมองประวัติศาสตร์การเลือกตั้งของคน 3 จังหวัด เขาให้ความสำคัญกับการเลือกตัวแทนของเขาเพื่อมาดูแลพื้นที่

    ฉะนั้นพอมีตัวแทนจากคนในพื้นที่จริงๆ เนี่ย พวกเขาก็หวัง พวกเขาก็ตรวจสอบ ดังนั้นนักการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งมาเนี่ยต้องไม่ทำให้ชาวบ้านผิดหวัง ถ้าคุณทำให้ชาวบ้านผิดหวัง มันก็จะไปบั่นทอนความเชื่อมั่น และบั่นทอนความมั่นใจของคุณต่อชาวบ้านด้วย

     แต่ยังมีปัจจัยตัวแปรสำคัญหนึ่งยังผูกติดกับรัฐส่วนกลาง  เราไม่รู้ว่ากลเกมส์ในชั้นการเมืองเรื่องของอำนาจทหาร รวมถึงกลุ่มอำนาจเก่า กลุ่มอำนาจใหม่จะไปในทิศทางไหน แต่อย่างน้อยเนี่ยเราพอมีความหวังบ้างล่ะกับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม 2562 นี้

     

    ทัศนสภาประชาสังคม จชต.

    “มูฮำมัดอายุบ ปาทาน” ประธานสภาประชาสังคม จชต.

    จากประสบการณ์เนี่ยเวลาประชาชนมีตัวแทนในรัฐสภา สามารถคลี่คลายปัญหาบางเรื่องได้ การต่อรองทางการเมืองของคน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยรูปแบบสันติวิธี ผ่านการเมืองที่ไปช่วยเหลือนะ ผ่านตัวแทนเขาที่อยู่ในรัฐสภาซึ่งเชื่อมโยงกับเขา อันนี้มันเป็นสิ่งที่เป็นจริงที่สุด เป็นกระบวนการต่อสู้แบบสันติวิธีจริงๆ อ่ะ

    หลายเรื่องที่ผ่านส.ส.เนี่ย หลายเรื่องมันสำเร็จไง มันสำเร็จเพราะส.ส.เป็นตัวเชื่อมในกรุงเทพฯ กฏหมายบางเรื่องมันสามารถแก้ไขจากส่วนกลางได้ นี่เป้นอำนาจต่อรองของประชาชนกับผู้แทนที่เข้าไปสู่ระบบรัฐสภา ถ้ามองจากประสบการณ์นะ

    แม้ประชาสังคม ประชาชนข้างล่างพยายามขยับสักเท่าไหร่ถ้าไม่มีตัวเชื่อมกับกรุงเทพฯ ส.ส.มันมีส่วนสำคัญในรัฐสภานำเสนอปัญหาให้ได้รับการแก้ไข ดังนั้นเนี่ยการเลือกประชาชนต้องเลือกผู้แทนของเขาเองเพื่อปัญหาจะได้รับการแก้ไข

     

    และนั่น คือ หลากทัศนะต่อการเลือกตั้ง 24 มีนา ที่อาจจะยังมองไม่ค่อยเห็นถึงความหวังมากนัก แต่ทุกทัศนะต่างก็ชี้ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นความหวังของคนชายแดนใต้ในระยะยาว

     

     

     

     

    แสดงความคิดเห็น