แม่-ลูก มุสลิมใหม่ครอบครัวแก้วตา..ปอซอครั้งแรกกับชีวิตต้องสู้ต่อ

    0
    144

    [ เลขา เกลี้ยงเกลา ]

    “นบีให้มุสลิมถือศีลอดเพื่อฝึกความอดทนและเรียนรู้ว่าคนที่ไม่มีกิน ต้องอดนั้นเป็นอย่างไร เป็นการถือศีลอดครั้งแรกในชีวิต ปอซอได้ครึ่งวันและเต็มวันบ้าง แต่ตั้งใจปอซอให้ครบเดือน”

    น้ำเสียงเล็กๆ แต่เชื่อมั่นจากปากหนูน้อยมุอัลลัฟ (ผู้เข้ารับอิสลามใหม่) วัย 10 ขวบ ฟาตีมะห์ หรือ ณัฐพร แก้วตา ที่รับอิสลามมาได้ปีกว่าๆ รอมฏอนปี 2562 เป็นรอมฏอนครั้งแรกของฟาตีมะห์ และแม่ คอลีเยาะห์ แก้วตา วัย 43 มุอัลลัฟเช่นกัน

    คอลีเยาะห์เข้ารับอิสลามหลังลูกสาว 9 เดือน “หนูและแม่เป็นคนเขาค้อ เพชรบูรณ์ บ้านทำสวนผลไม้และทำไร่ หนูอยู่ที่เพชรบูรณ์มาตลอด ไม่เคยเห็นหน้าพ่อ เรียนหนังสือจนถึงชั้นป.3 ช่วงนั้นแม่ลงมาอยู่ที่ยะลาด้วยเหตุผลบางอย่าง จากนั้นแม่ไปรับหนูมาอยู่ด้วย มาอยู่ในขนำกลางสวนยางกันสองคน ไม่มีน้ำไม่มีไฟฟ้าใช้ แม่เพาะถั่วงอกและขายของเล็กน้อย ให้เราอยู่ได้กันสองคนแม่ลูก หนูช่วยทำงานบ้าน”


    คอลีเยาะห์ แก้วตา วัย 43 เดิมเป็นคนเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ปัจจุบัน เข้ารับอิสลาม อยู่ที่ ต.พร่อน จ.ยะลา

    เมื่อลงมาอยู่ที่ ต.พร่อน อ.เมือง จ.ยะลา ฟาตีมะห์เข้าเรียนในโรงเรียนแถวนั้น เธอเป็นคนเดียวที่ไม่คลุมฮิญาบ มีเพื่อนมุสลิมคลุมฮิญาบทั้งห้องเรียน หากนั่นคือจุดสนใจที่ทำให้เธออยากคลุมฮิญาบ

    “ไปเรียนแรกๆ ปรับตัวเข้ากับเพื่อนยากทั้งภาษาและอาหาร เขากินข้าวยำกันเป็นประจำ แต่หนูยังกินไม่เป็น เห็นเพื่อนคลุมฮิญาบ หนูอยากคลุมด้วยเพราะสามารถปกปิดตัวเราได้ ไปบอกครูประจำชั้นและรับอิสลามกับครู อีก 2-3 อาทิตย์จึงบอกแม่ว่ารับอิสลามและให้แม่ซื้อฮิญาบให้ แม่ซื้อแบบที่ใส่อยู่บ้านให้หนึ่งผืน จากนั้นเราไปเยี่ยมตายายที่เพชรบูรณ์กัน หนูก็ใส่ฮิญาบไป ตายายก็บอกว่าดีแล้ว แต่แม่บอกว่าแม่ยังไม่รับอิสลามก่อนนะ”

    เมื่อสองแม่ลูกกลับมายะลา แม่พาฟาติมะห์ไปเรียนศาสนากับครูสอนศาสนาตามที่ต่างๆ จนได้รู้จักกับชมรมมุอัลลัฟยะลา และแม่ได้เข้ารับอิสลามเมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา จากนั้นทางชมรมฯ ได้ประสานกับทางมูลนิธิบ้านเด็กกำพร้าปัญญาเลิศ ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี ซึ่งรับอุปการะเด็กและผู้หญิงด้อยโอกาส ยากจนและกำพร้า ทางมูลนิธิฯ จึงได้ไปหาสองแม่ลูกและรับมาพัก ณ บ้านพักของมูลนิธิฯ

    ฟาติมะห์ได้เข้าเรียนชั้น ป.5 ณ โรงเรียนดารุลบารอกะฮฺ ซึ่งเป็นโรงเรียนของมูลนิธิฯ ได้นับความอนุเคราะห์ชุดนักเรียนและอาหารกลางวัน หากปัจจัยในการใช้จ่ายอื่นๆ สองแม่ลูกยังมองไม่เห็นหนทาง ..

    ปอซอหรือการถือศีลอดปีนี้ในเดือนรอมฏอน คือ ปอซอครั้งแรกของสองแม่ลูก ฟาติมะห์เริ่มปอซอวันแรกได้ครึ่งวันและพยายามปอซอทุกวัน ส่วนคอลีเยาะห์ก็ปอซอได้เต็มวัน โดยทางมูลนิธิให้ข้าวสารมาหุงหา ในเดือนนี้มีอาหารละศีลอดจากมูลนิธิที่สองแม่ลูกได้เก็บไว้ทานได้ถึงมื้อซุโฮร์(มื้อก่อนรุ่งอรุณ) คอลีเยาะห์เล่าว่า เข้ารับอิสลามหลังลูกสาว ด้วยลูกสาวชวนหลายครั้ง เห็นความตั้งใจและการปฏิบัติตัวที่ดี และในการเปลี่ยนศาสนาของลูกที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต้องให้ผู้ปกครองรับรองและอนุญาต เธอจึงเข้ารับอิสลามหลังลูกรับมาแล้ว 9 เดือน

    “เมื่อรับอิสลามแล้วดีต่อตัวเอง จากที่เป็นคนเครียดง่าย โมโหร้าย เริ่มสงบและสบายใจขึ้น เปลี่ยนแปลงตัวเองได้ดีขึ้น รวมถึงการแต่งกายตามหลักศาสนาที่ผู้หญิงต้องปกปิดอวัยวะของตนเองคือสิ่งที่ดี พยายามทำและเรียนรู้ให้ดีที่สุด อิสลามให้ชีวิตใหม่ ได้เรียนรู้หลักศาสนาและคำสอนที่เป็นความจริงของชีวิต ช่วงปอซอ 4-5 วันแรกต้องปรับตัวมากเพราะเรายังไม่เคยปฏิบัติ ตอนนี้ปอซอได้เต็มวัน นึกถึงคนที่ไม่มีกินว่าต้องอดทนมากแค่ไหน ขอดุอาร์ให้มีที่อยู่อาศัยที่ดีกว่าเดิมประกอบกับได้รับความมีน้ำใจจากมูลนิธิฯ ให้เรามาอยู่ที่นี่ ตอนนี้ยังไม่ได้ทำอาชีพแน่นอนเพราะไม่มีทุน อุมมีให้ทำสัมตำ ไก่ย่าง ไปให้นักเรียนตอนละศีลอดอาทิตย์ละครั้ง จึงพอมีรายได้บ้าง หลังปอซอจะเพาะถั่วงอกขาย ปลูกผักในที่ที่อุมมีอนุญาตให้ปลูกเพื่อให้มีรายได้บ้าง”

    คอลีเยาะห์บอกว่า ลูกสาวอยากเรียนศาสนาและเป็นครูสอนศาสนา เธอสนับสนุนหากยังไม่ทราบอนาคต ทำปัจจุบันให้เต็มที่ก่อน

    “ให้ลูกเข้มแข็งที่จะสอนเราได้ ให้เขาได้ทำตามที่ตั้งใจ เมื่อถึงเวลานั้นอาจกลับไปเขาค้อเพื่อเปิดร้านอาหารมุสลิมเพราะมีน้อยมาก ส่วนที่ทางที่ม็ให้คนเช่าเพื่อมีรายได้บ้างให้พ่อกับแม่ที่อยู่ทางโน้น” ส่วนฟาติมะห์ชอบและรักที่ได้มาเรียนที่นี่ เธอได้ซึมซับการเรียนทุ้งศาสนาและสามัญ เธอตั้งใจเรียนทั้งสองด้านให้ได้ดี เพื่ออยาคตของตัวเองและแม่ เมื่อถามว่าอยากได้อะไรบ้างในตอนนี้ ฟาติมะห์ตอบด้วยน้ำเสียงเบาๆ ว่า เตารีดเพื่อจะได้รีดฮิญาบให้เรียบร้อยใส่ไปเรียน และหม้อหุงข้าวไฟฟ้าใบเล็กๆ สักใบ หนูน้อยจบการสนทนาว่า “เมื่อมีเงินที่ได้รับจากการบริจาคหรือที่แม่ทำงานได้มา เราใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นจริงๆ และเก็บไว้เมื่อไม่มีใช้ เมื่อไม่มีจริง เราก็อด”

    นี่คือบทบางส่วนของชีวิตครอบครัวแก้วตา ครอบครัวมุสลิมใหม่ ณ ชายแดนใต้…

    แสดงความคิดเห็น