” หากวาทกรรม ล้มเจ้า หนักแผ่นดิน ไม่รักสถาบัน คือ การกำจัดศัตรูทางการเมืองส่วนกลาง  วาทกรรมแนวร่วมโจรใต้ ก็ คือ การกำจัดศัตรูทางการเมืองชายแดนใต้ เหล่านี้วาทกรรมสร้างความเกลียดชังและกำจัดศัตรูทางการเมืองแห่งยุคสมัย ” หนึ่งในโพสต์น่าสนใจบนเฟสบุ๊ค Shukur Dina เพราะในห้วงของความขัดแย้งทางการเมืองไทยและชายชายแดนใต้ ประเด็นดังกล่าว มักปรากฎให้ถี่ขึ้นทุกวัน

อย่างไรก็ตามวาทกรรมเหล่านี้มักจะปรากฏบ่อยครั้ง ในข่าวสารที่มาจากเพจ IO (การปฏิบัติการข่าวสาร) ซึ่งไม่เคยเปิดเผยตัวตนชัดเจนของเจ้าของเพจ ถ้าจะทำความเข้าใจสิ่งที่เรียกว่า IO หรือ ปฏิบัติการข่าวสาร อีกเส้นทางหนึ่งที่สามารถทำความเข้าใจได้ก็คือ ทำความรู้จักและเข้าใจผ่านศัพท์เฉพาะ ที่ใช้กันภายในแวดวงของคนทำงานด้านนี้ ซึ่ง สุพจ จริงจิตร หนึ่งในคนทำงานสื่อสารมวลชน เคยให้มุมมองซึ่งอ้างถึงชุดความรู้ที่มาจาก รอมฎอน ปันจอร์ นักวิชาการอิสระในพื้นที่ จชต.ว่า ศัพท์เฉพาะที่สะดุดตา สำหรับผู้พบเห็น อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะมีอยู่ 2 คำ คือ “ด้อยค่า” กับ “แพร่มลทิน”

คำแรก “ด้อยค่า” เป็นการลดหรือทำลายความชอบธรรมของกลุ่มเป้าหมาย ทำให้การกระทำหรือเสียงของกลุ่มเป้าหมายไร้ค่า จนกระทั่งไม่ถูกรับฟัง หรือไม่ได้รับความสนใจ

คำหลัง “แพร่มลทิน” เป็นความพยายามทำให้กลุ่มเป้าหมาย เข้าไปเกี่ยวข้องเชื่อมโยง หรือแปดเปื้อนกับสิ่งที่ไม่ดี ชั่วร้าย เลวทราม ละเมิดบรรทัดฐานอันดีงามของสังคม สร้างการรับรู้ต่อสาธารณะในเชิงลบกับกลุ่มเป้าหมาย จนมากพอที่จะทำให้เสียงของกลุ่มเป้าหมายนั้นไร้ค่า มากไปกว่านั้นคือ ตัดความเป็นไปได้ที่พวกเขา จะเข้าไปสัมพันธ์เชิงบวกกับตัวแสดงอื่น ๆ

การ “แพร่มลทิน” ยังทำให้กลุ่มเป้าหมาย ถูกโดดเดี่ยว ถูกจำกัดการสนับสนุน และตัดโอกาสที่จะได้รับความเห็นอกเห็นใจจากสาธารณะ ทำให้ผู้คนที่จะเข้าไปสัมพันธ์ด้วย หรือต้องการเข้าไปช่วยเหลือ หรือต้องการเข้าไปปกป้อง ต้องคิดใคร่ครวญและไตร่ตรอง ถึงผลได้ผลเสียอย่างหนัก

นั่นเท่ากับเป็นการกำจัดอิทธิพลทางความคิด และทางการเมืองของกลุ่มเป้าหมายไปพร้อมกัน

ศัพท์เหล่านี้ ปรากฏให้เห็นอยู่ในเอกสาร หรือในแวดวงของเจ้าหน้าที่รัฐ

ในรอบสิบปีมานี้ มีความพยายามชูแนวคิดเรื่อง “ปฏิบัติการข่าวสาร” กระทั่งพยายามยกร่างหลักนิยมทางการทหารขึ้นมารองรับ

ถึงกระนั้น เมื่อดูจากรูปแบบที่ปฏิบัติกันอยู่ IO ในเมืองไทย ยังไม่ได้แตกต่างไปจาก “ปฏิบัติการจิตวิทยา” หรือ “ปจว.” ที่เคยทำกันมาในอดีต

นั่นคือ ทำลายกลุ่มเป้าหมาย หรือเปลี่ยนแปลงความคิดความเชื่อของกลุ่มเป้าหมาย ปลูกฝังหรือตอกย้ำอุดมการณ์ความคิดความเชื่อของกลุ่มตนเข้าไปยังกลุ่มที่เกี่ยวข้อง พูดง่าย ๆ ก็คือเป็น “ปฏิบัติการโฆษณาชวนเชื่อ” นั่นแหละ

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปก็คือ เทคโนโลยีการผลิตข่าวสารที่มีประสิทธิภาพสูง และชทางการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่มีมากขึ้น จนสามารถผลิตข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพสูง และนำออกเผยแพร่เจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าในอดีต

สิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นอีกอย่างหนึ่งก็คือ มีการนำศัพท์ข้างต้น ไปใช้อธิบายว่าเป็นกลยุทธ์ หรือเป็นปฏิบัติการของฝ่ายตรงกันข้ามด้วยเช่นกัน

จะเห็นได้ว่า กิจกรรมของใครหรือกลุ่มใด ที่คิดและเห็นต่างไปจากทหาร ก็มักจะถูกแขวนป้ายเอาง่าย ๆ ว่าเป็น IO ของแนวร่วมฝ่ายตรงกันข้าม

วิธีคิดแบบนี้ นอกจากจะเป็นเครื่องมือสร้างความขัดแย้งในสังคมให้เขม็งเกลียวมากขึ้น จนกระทั่งนำไปสู่ความรุนแรงได้โดยง่ายดายแล้ว ยังเป็นอุปสรรคสำคัญในการสร้างความปรองดองภายในชาติให้กลับคืนมาเหมือนเดิมด้วย

อย่าลืมว่า ในความเป็นประชาชนพลเมืองไทย ถึงแม้จะมีความคิดความเชื่อแตกต่างกัน ก็ล้วนแล้วแต่ไม่ใช่ “ข้าศึก” หรือ “ศัตรู” ของประเทศ

แถมแต่ละกลุ่มแต่ละคนต่างก็มีศักยภาพ มีความสามารถ ที่จะช่วยกันนำพาประเทศนี้ ช่วยกันนำพาลูกหลานของเรา ให้อยู่รอดปลอดภัยได้ ด้วยกันทั้งสิ้น

การตัดโอกาสเขา จึงเท่ากับตัดโอกาสเรา และตัดโอกาสลูกหลานของเราไปด้วย

นี่คือ สิ่งที่ทุกฝ่ายพึงตระหนัก..

 

แสดงความคิดเห็น