ทำไมต้อง ploggingpattani

    0
    148

    เลขา เกลี้ยงเกลา

    “เราทำกันมา 8 เดือนแล้วด้วยการเดิน-วิ่งเก็บขยะ ล่าสุดอาทิตย์ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป็นครั้งที่ 32 มีอาสาสมัครมาน่วมกิกรรมมากกว่าทุกครั้งคือ 58 คน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ หลากหลายอาชีพ เก็ยขยะได้ 30 กว่ากิโล ทุกคนต่างตั้งใจมา

    “ก๊อปแก๊ป ก๊อปแก๊ป “

    เสียงกระทบกันของที่คีบ ที่ปกติใช้คีบเผาปลากัน แต่นำมาใช้คีบขยะกันเสียงซ้อมมือการใช้ที่คีบ เสียง ” ก๊อปแก๊ป ” เป็นสัญญาณเริ่มต้นสำหรับกิจกรรมวิ่งเก็บขยะ ploggingpattani.

    สำหรับบางคนที่ใช้ที่คีบเป็นครั้งแรก มักจะหนีบมือตัวเองเสมอ บางคนช้ำเลือด บางคนเป็นรอยแผลเล็ก ทำให้เหล่าอาสาใช้ที่คีบอย่างระมัดระวังมากขึ้นเมื่อจอดรถมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์ไว้หน้าด่านศุลกากรปัตตานี อาสาสมัครจะได้รับถุงพลาสติกหูหิ้วสีแดงใบใหญ่พร้อมไม้คีบ

    ตั้งต้นเดินกันไปตามไหล่ทางสองข้างถนนนมุ่งสู่หาดรูสะมิแล หลังสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ปัตตานี สายตาทุกคนสอดส่ายหา “ขยะ” ที่ย่อยสลสยไม่/ด้อาทิ ถุงพลาสติก ขวดน้ำพลาสติก หลอดดูด ยางต่างๆ เศษแก้ว เก็บใส่ถุงแดงให้สองข้างทางสะอาด “อาสาถุงแดงมักจะมีคำถามจากผู้คนที่สัญจรไปมาในบริเวณที่เราเก็บขยะอยู่เสมอว่า “เก็บขยะ ยังไงก็เก็บไม่หมดหรอก เดี๋ยวก็มีคนทิ้งอีก เหนื่อยเปล่าๆ เก็บไปทำไม ”

    เราก็ไม่ได้ตอบเขานะ เราเพียงแค่เอ่ยปากชวนเขามาร่วมเก็บขยะ แล้วเราก็เก็บต่อไป ส่วนสำหรับอาสา ทั้งที่มีคำถามและไม่เอ่ยถาม แต่จะลงมือเก็บขยะ เราก็ไม่ได้ตอบเช่นกัน เพราะเราคิดว่า อาสาเหล่านี้มีโอกาสตอบคำถามตัวเองได้ด้วยการลงมือทำ”

    ปฎิญญา อารีย์ ผู้ร่วมก่อตั้ง plogging Pattani บอกเล่าในการเก็บขยะครั้งที่32 “แต่ละครั้งจะมีลีดเดอร์ที่มีการจองไม้ต่อกันไว้ จะเดี่ยว คู่ ชมรม อาชีพไหนก็ได้ จะโพสต์บอกกิจกรรมผ่านเฟสบุ๊คตัวเองและเพจ plogging Pattani เลือกสถานที่ วัน เวลาได้ตามสะดวก เมื่อเก็บเสร็จจะแยกขยะวางไว้ริมทาง ให้อบต.มาเก็บ เป็นแรงจูงใจที่มีขยะบางชนิดนำไปขายต่อได้ แล้วขากลับก็จะวิ่งกลับกันไปยังรถที่จอด สิ่งทีทำกันเพื่อร่วมรักษาความสะอาด เพื่อปัตตานีน่าอยู่ เห็นความสำคัญเรื่องขยะมากขึ้น มีความสุขกับการได้ร่วมกันเก็บขยะ”

    คำตอบที่อาสาได้รับและแชร์ให้ฟังกันบ่อยๆคือ พอเก็บแล้วรู้สึกดีใจที่ได้ลงมือทำ เห็นพื้นที่เปลี่ยนแปลงสะอาดขึ้น การทิ้งมันง่ายแต่เวลาเก็บยากพอสมควร สิ่งที่เปลี่ยนที่สุดคือ ความคิด การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ คิดที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตัวเอง จะพกผ้า จะไม่ใช้หลอด จะพกกระบอกน้ำ เป็นคำตอบที่ได้ยินแล้วยิ้มหน้าบาน

    กว่า 1,000 กิโลเมตรแรกที่ร่วมกันวิ่งกว่า 1 ตัน ที่ร่วมกันเก็บขยะPlogging Pattani ก่อตั้งโดย อามีน มะเกะ และ อับกอรี เปาะเดร์สรุป กิจกรรม 8เดือน ของ Plogging Pattani – เราทำกิจกรรม 32 ครั้ง – ขยะทั้งหมดที่เราเก็บได้ 1091.4 กิโลกรัม เฉลี่ย 34.1 กิโลกรัมต่อครั้ง – อาสาที่มาร่วมสนุกกับเรา 647 คน ซึ่งในนี้เป็นเด็กๆ 43 คน เฉลี่ย 20 คนต่อครั้ง

    ระยะทางสะสมที่อาสาร่วมกันเกินวิ่ง 1306 กิโลเมตร (คำนวณจาก ระยะทางโดยประมาณเดินวิ่งไปและกลับ 2 กิโลเมตร คูณด้วยจำนวนคน แต่ในส่วนของครั้งที่ 1 และ 2 ระยะในการวิ่งคือ 2.5 กิโลเมตร)

    โดยเฉลี่ยแล้ว เราเก็บขยะได้ 0.84 กิโลกรัม ต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร ต่อ 1 คน (นำน้ำหนักขยะทั้งหมดที่เก็บได้ หารด้วย ระยะทางสะสมของทุกๆคน) – โดยเฉลี่ย เราเก็บขยะตามระยะแต่ละครั้ง 17.01 กิโลกรัมต่อ 1 กิโลเมตร ต่อ 1 ครั้ง (นำน้ำหนักขยะทั้งหมดที่เก็บได้ (1091.4) หารด้วยระยะทางจริงที่เราวิ่ง (24ครั้ง x ครั้งละ 2 กิโลเมตร)

    Plogging Pattani และ Plogging Narathiwat เป็นกลุ่ม ploggingกลุ่มแรกของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก(ploggingworld) ที่มาของคำว่า Ploggingเป็นศัพท์ที่ขยายตัวมาจากสวีเดน คือการวิ่งพลางเก็บขยะไปพลาง เป็นกิจกรรมที่ริเริ่มโดยกลุ่มชื่อ Ploggaที่ตั้งโดย Erik Ahlströmที่ดึงเอานักวิ่งหรือคนที่ออกกำลังกายให้ช่วยเหลือสังคมและสิ่งแวดล้อมไปด้วยขณะออกกำลังด้วยการวิ่งไปเก็บขยะไปในระหว่างทาง

    เมื่อถุงขยะที่เอาไปด้วยเต็มก็เอาไปวางไว้ในที่ที่คนเก็บขยะจะไปรวบรวมได้ง่าย ทั้งหมดนี้เพื่อจะช่วยไม่ให้ขยะนั้นล่องลอยไปในที่ต่าง ๆ จนในที่สุดไปลงเอยในทะเลหรือมหาสมุทร หรือเข้าไปฝังตัวตามแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าและแหล่งน้ำดื่มน้ำใช้ การรวมตัวแบบกลุ่ม Ploggaขยายตัวไปทั่วโลก กิจกรรมของพวกเขา “นักวิ่งเก็บขยะ”

    (ข้อมูลจากเวบ runnersworld.com ) #PloggingPattan

    แสดงความคิดเห็น