จริยศาสตร์การเมืองของคน จชต. [ 1 ] : .ใครทำอะไรบนถนนการเมืองไทย

    0
    108
    ปรัชญเกียรติ ว่าโร๊ะ

    นับตั้งแต่เกิดปรากฎการณ์ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)” เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์2549  แล้ว “องค์การพิทักษ์สยาม” เข้ามาสืบต่อทางอุดมการณ์นำเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2555

    แล้วกลายร่างอีกครั้งด้วยแนวคิดชุดเดิมเป็น “กปปส.-คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” เมื่อวันที่  29 พฤศจิกายน 2556 นั้น

    ภาคส่วนหนึ่งที่มีบทบาทตื่นตัวและแข็งขันทั้งในพันธมิตรฯ  องค์การพิทักษ์สยาม และกปปส. นั้น คือ องค์กรภาคประชาสังคม อาทิ เอ็นจีโอ ขบวนการภาคประชาชน องค์กรชุมชน  สหภาพแรงงาน เป็นต้น ที่มีส่วนร่วมร่วมอย่างสูงในการชุมนุมประท้วงทางการเมืองขับไล่ รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

    และด้วยบทบาทที่ตื่นตัวและแข็งขันขององค์กรภาคประชาสังคมไทยส่วนหนึ่งนั้น ได้สร้างกระบวนการการเรียนรู้ทางการเมืองให้แก่คนในสังคมไทยระดับหนึ่ง ด้วยบทเรียนราคาสูงลิบที่ต้องจ่ายให้กับการรัฐประหาร 2 ครั้ง คือ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 และ วันที่ 22 พฤษภาคม 2557

    คำถามหลายประการ ปริศนา ความย้อนแย้ง และการต้องการคำอธิบายถึงรูปแบบการเคลื่อนไหว วิธีการ เป้าหมาย และอุดมการณ์ชี้นำของพันธมิตรฯ  องค์การพิทักษ์สยาม และกปปส. จึงค่อยๆ ถูกอธิบายทำความเข้าใจ


    ห้วงเวลาการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่กรุงเทพนั้น ณ 3 จังหวัดชายแดนใต้ คือจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา คือ อ.เทพา จะนะ นาทวี และสะบ้าย้อยก็มีความขัดแย้งด้วยปืนด้วยระเบิดอยู่แล้ว 5 ปีกว่าถ้านับนับตั้งแต่ปี 2544 ที่ “แนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี (BRN-Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani)” รุ่นใหม่เริ่มเคลื่อนไหว                          

    แล้วความรุนแรงเริ่มทวีถี่ยิบยิ่งขึ้นอีกนับตั้งแต่  4 มกราคม 2547 ที่คนร้ายบุกปล้นปืนจาก “ค่ายปิเหล็ง” กองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส พร้อมๆ กับโรงเรียน 18 แห่งในจ.นราธิวาสโดนเผา  ในบริบทรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร [1]

    โหมด้วยเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2547 ที่กลุ่มวัยรุ่นและชายฉกรรจ์บุกโจมตีจุดตรวจของทหารและตำรวจ 11 จุดในจ.ปัตตานี ยะลา และสงขลา

    บริเวณ ถ.สายปัตตานี-นราธิวาส ม.3 ต.ตันหยงลุโละ อ.เมือง จ.ปัตตานี ถือเป็น  และ 1 ใน 11 จุด เมื่อกลุ่มวัยรุ่นและชายฉกรรจ์บุกโจมตีจุดตรวจแล้งจึงหลบหนีเข้าไปในมัสยิดกรือเซะ ซึ่งมีคนจำนวนหนึ่งกำลังละหมาดอยู่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ปิดล้อมไว้ 9 ชั่วโมงตั้งแต่เช้าจนบ่าย ก่อนยิงถล่มจนมีผู้เสียชีวิตถึง 32 ราย รวมอีก 10 จุดแล้ว ณ วันนั้น มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 109 ราย [2]

    ซ้ำอีกครั้งด้วยเหตุการณ์เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547 ที่ชาวมลายูมุสลิมกลุ่มหนึ่งชุมนุมที่หน้าสถานีตำรวจตากใบ จ.นราธิวาส ให้ปล่อยตัว 6 คนที่ถูกกล่าวหาว่ามอบอาวุธให้กับผู้ก่อความไม่สงบ นำไปสู่การสลายการชุมนุมโดยเจ้าหน้าที่รัฐมีผู้ชุมนุมเสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน ณ หน้าสภ. ตากใบ

    อีกส่วนหนึ่งถูกจับกุมแล้วเคลื่อนย้ายไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี ทว่ารถของเจ้าหน้าที่บรรทุกผู้ถูกจับกุมในสภาพแออัด ถูกจัดเรียงทับกันหลายชั้น ด้วยระยะเวลากว่า 5 ชั่วโมงในการเดินทาง จึงทำให้มีผู้ชุมนุมเสียชีวิตเพิ่มอีก 78 ราย เนื่องจากขาดอากาศหายใจ รวมมีผู้เสียชีวิตทั้งหมดจำนวน 85 ราย [3]

    บนเวทีพันธมิตรฯ  องค์การพิทักษ์สยาม และกปปส. “ทักษิณ ชินวัตร” จึงป็นจำเลยจากทั้งสายตาคนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ และคนทั่วทั้งราชอาณาจักรไทย นอกเหนือจากการประณามว่าทักษิณขี้โกง คอรัปชั่นแล้ว ทักษิณยังมีภาพพจน์ของผู้ประมาทหยัน“แนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี (BRN-Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani)” ว่าเป็นโจรกระจอก

    พันธมิตรฯ  องค์การพิทักษ์สยาม และกปปส.สร้างความรู้สึกร่วมกับคนมลายูมุสลิมที่มองว่าทักษิณ ชินวัตรคือ ผู้อยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมกรือเซะและตากใบ [4]


    เสียงปรบมือต่อเนื่องยาวนานพร้อมเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีของผู้คนดังกึกก้องทั่วห้องประชุมน้ำพราว ณ โรงแรมซีเอส.ปัตตานี  หลัง “พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์” นายกรัฐมนตรีที่จากการแต่งตั้งภายหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวคำขอโทษประโยคแรกจากปากยังไม่ทันเสร็จสิ้น

    “ผมขอโทษแทนรัฐบาลชุดที่แล้ว และขอโทษแทนรัฐบาลนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นเพราะรัฐบาลชุดที่แล้ว ผมมาขอโทษแทน ผมอยากยื่นมือออกไปแล้วบอกว่าผมเป็นคนผิด ผมขอกล่าวคำขอโทษด้วยด้วยใจจริง…

    “ผมเคยพยายามคัดค้านนโยบายหลายประการของรัฐบาลชุดที่แล้ว และผมก็มีส่วนผิดที่คัดค้านนโยบายแล้วไม่เป็นผล เขาจึงให้ผมอยู่ในลักษณะที่ไม่ให้ความร่วมมือ วันนี้ผมจึงต้องเอ่ยคำขอโทษ ผมขอโทษอีกครั้งหนึ่งครับ”

    หลังเสียงประกาศของพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์” นายกรัฐมนตรีที่จากการแต่งตั้งภายหลังการรัฐประหารจบลง หยดน้ำตาและเสียงปล่อยโฮของผู้สูญเสียและผู้ได้รับผล กระทบในเหตุการณ์ตากใบก็พรั่งพรูออกมา พร้อมกับเสียงปรบมือก็ดังกึกก้องและยาวนาน [5]

    วันที่ 11 ตุลาคม 2549 คนมลายูมุสลิมใน 3 ชายแดนใต้จำนวนหนึ่งถูกแต่งตั้งเป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 2549 จากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ประกอบด้วย “ดร.อิสมาแอลลุตฟี จะปะกิยา” อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี “แวดือราแม มะมิงจิ” ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจ.ปัตตานี “แวมาฮาดี แวดาโอะ อดีต ส.ส.นราธิวาส “อับดุลรอซัค อาลี” อดีตประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส “อับดุลเราะแม เจะแซ” อดีตประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา รวมถึงนักวิชาการมุสลิมที่มีบทบาทในคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยอย่าง “อิสมาแอ อาลี” ด้วย [6]


    ย้อนไปเมื่อปี 2530 เกิดการเคลื่อนไหวใน 3 จังหวัดชายแดนใต้เพื่อเรียกร้องการจัดการที่เป็นธรรม โดยภาคประชาสังคมที่เป็นองค์กรชุมชนทำงานด้านการอนุรักษ์และปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรณีเกี่ยวกับเขื่อนสายบุรี เกี่ยวกับประมงพื้นบาน และการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเล

    จุดเริ่มต้นของภาคประชาสังคมใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ คือ ชุมชนชาวประมงพื้นบ้านที่ขัดแย้งกับเรืออวนรุน อวนลาก จึงนำไปสู่การจัดตั้งชมรมชาวประมงพื้นบ้าน อ.ยะหริ่ง และชมรมชาวประมงพื้นบ้าน อ.หนองจิก จ.ปัตตานีขึ้น ในปี 2536

    จากนั้นปี 2538 องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) สายทรัพยากรและชุมชนจาก จ.สงขลาและตรังเริ่มเข้าไปทำงานกับชุมชนชาวประมงพื้นบ้านเพื่อประเมินทางเลือกใหม่ในการจัดการประมงชายฝั่งร่วมกับชาวประมงพื้นบ้าน แล้วขยายตัวออกไปในยังจ.นราธิวาส และเป็นส่วนหนึ่งในการก่อตั้ง “สมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านภาคใต้” ขึ้น [7]

    ปี 2540 ไทยประสบวิกฤติทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ รัฐบาลไทยจึงกู้เงินจาก “ธนาคารโลก (World Bank)” ราว 4,800 ล้านบาท ตั้งเป็น “กองทุนเพื่อการลงทุนทางสังคม (Social Investment Fund – SIF)” ขึ้นเพื่อจัดสรรใหกับกลุ่มองค์กรพัฒนาภาคเอกชน (NGOs) องค์กรภาคประชาสังคม และองค์กรชุมชนนำเงินไปดำเนินการเพื่อสร้างความเขมแข็งทางเศรษฐกิจของชุมชนที่ยากจนและด้อยโอกาส รวมถึงจัดสรรให้กับโครงการของภาครัฐเองที่มีประสิทธิภาพ

    ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีกลุ่มองค์กรพัฒนาภาคเอกชน (NGOs) องค์กรภาคประชาสังคม และองค์กรชุมชนที่ทำงานเกี่ยวกับประเด็นการพัฒนาชุมชน ประเด็นการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว เมื่อกลุ่มองค์กรเหล่านี้ได้รับการจัดสรรงบประมาณให้ดำเนินงาน กลุ่มองค์กรพัฒนาภาคเอกชน (NGOs) องค์กรภาคประชาสังคม และองค์กรชุมชนก็ขยายและเติบโตมากขึ้น [8]

    ครั้นเมื่อเมื่อปี 2547 บรรยากาศของความขัดแย้งความรุนแรงด้วยปืนด้วยระเบิดถี่ยิบขึ้นจึงกระตุ้นให้เกิดกลุ่มองค์กรของภาคประชาสังคมกลุ่มต่างๆ เพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยปลายปี 2549 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีร่วมกับศูนย์ข่าวอิศราจัดตั้ง “โครงการศึกษาข้อมูลเฝ้าระวังสถานการณ์จังหวัดชายแดนใต้” ขึ้น ต่อมาพัฒนาการเป็น “ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (DeepSouthWatch-DSW)” เป็นองค์กรที่เก็บรวบรวมสถิติการเกิดเหตุการณ์ จำนวนผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล องค์ความรู้และวิชาการ การอบรม พัฒนาศักยภาพ

    “DeepSouthWatch” เป็นแกนหลักที่สามารถรวมเครือข่ายกับองค์กรประชาสังคมอื่นๆ เกิดเป็น 26 องค์กรเครือข่ายในนาม “สภาประชาสังคมชายแดนใต้” ทำข้อเสนอเชิงนโยบายยื่นกับภาครัฐโดยไม่เลือกว่ารัฐบาลนั้นจะเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้ง หรือรัฐบาลทหาร

    ปี 2550 “เครือข่ายนักศึกษาเพื่อพิทักษ์ประชาชน” ซึ่งชุมนุมประประท้วงภาครัฐหน้ามัสยิดกลางปัตตานีเมื่อ 31 พฤษภาคม 2550  จากกรณีผู้หญิงมลายูมุสลิมคนหนึ่งถูกข่มขืนและเสียชีวิตโดยเชื่อว่าเจ้าหน้าที่เป็นผู้กระทำ ครั้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2556 เครือข่ายนักศึกษาดังกล่าวพัฒนาการมาเป็นเครือข่ายหลวมๆ ของ 19 กลุ่ม/องค์กร ในนาม “เครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพ (คปส.)” รัฐไทยค่อนข้างจับตาคปส.อย่างใกล้ชิด เพราะภาครัฐมองว่าคปส.มีแนวคิดชาตินิยมมลายูปาตานี เป็นอุดมการณ์นำ [9]

    นอกจากนี้ยังมีการเกิดขึ้นของภาคประชาสังคมจำนวนหนึ่งที่จัดตั้งโดยรัฐ หรือไม่องค์กรภาคประชาสังคมนั้นก็เชื่ออุดมการณ์นำของรัฐไทย คือ “ราชาชาตินิยมไทย” หรือไม่ก็องค์กรภาคประชาสังคมนั้นได้รับการจัดสรรงบประมาณจาก “กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า” หรือ “ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)” มาดำเนินโครงการอย่างสม่ำเสมอทั้งอย่างปิดลับ และเปิดเผย


    ในบริบทรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ นครหลวงของสหพันธรัฐมาเลเซีย รัฐไทยภายใต้การนำของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดการพูดคุยสันติภาพอย่างเป็นทางการกับ “แนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี (BRN-Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani)” โดยมีรัฐบาลมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวก

    ปลายปี 2556 รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเริ่มสั่นคลอนจากการชุมนุมของกปปส. กระทั่งเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 ทหารก็รัฐประหารอีกครั้ง แล้วการพูดคุยสันติภาพก็หยุดชะงัก ครั้นเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2557 รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็สานต่อการพูดคุยอีกครั้ง แต่เปลี่ยนคำเรียกจาก ‘การพูดคุยสันติภาพ’ เป็น ‘การพูดคุยสันติสุข’  เปลี่ยนจากการคุยกับ “แนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี (BRN-Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani)” เป็น MARA Patani [10]  ซึ่งเป็นองค์กรร่มของขบวนการปลดปล่อยปาตานี อันประกอบด้วย กลุ่ม BRN Action Group กลุ่ม BIPP กลุ่มPULO-P4 กลุ่ม PULO-dspp กลุ่ม PULO-mkp และกลุ่ม GMIP [11]

    “ผมมั่นใจในรัฐบาลทหารมากกว่ารัฐบาลประชาธิปไตย เพราะว่าเราคุยในรัฐบาลประชาธิปไตย การจะผ่านเรื่องใด ๆ เป็นเรื่องยาก ต้องมีขั้นตอน ต้องผ่านสภา แต่รัฐบาลทหาร ถ้าเขาจะให้ ก็ให้เลย อะไรทำได้ ทำเลย…

    “บางทีผมคิดไปคิดมา เป็นความหวัง… รัชกาลที่ 10 ทรงนี้มีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ถ้ารัฐบาลเป็นอย่างนี้ ไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาได้ นอกจากรัชกาลที่ 10 พระองค์เดียวที่จะแก้ปัญหาให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด”

    เป็นความเห็นของ “สุกรี ฮารี” หัวหน้า MARA Patani ถึงวิธีการทางออกจากปัญหาชายแดนใต้ เมื่อ 23 มีนาคม 2561 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย ซึ่งค่อนข้างย้อนแย้ง เพราะโดยทั่วไปสันติภาพมักเกิดขึ้นในบรรยากาศประชาธิปไตย แต่ในความคิดของสุกรีคือถ้ารัฐบาลทหารชุดนี้มีความจริงใจจริง ๆ เขาทำได้ทุกอย่าง ทว่าสิ่งที่สุกรีพบคือ รัฐบาลไม่มีสมาธิโฟกัสปัญหาชายแดนใต้ นโยบายจากส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคไม่ประสานงานกันเท่านั้น [12]

    ทว่าเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562  “พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์” หัวหน้าคณะพุดคุยสันติสุขของฝ่ายไทยไม่พูดคุยกับ MARA PATANI อย่างเป็นทางการ

    ทำให้ MARA PATANI ผิดหวังต่อท่าทีของ “พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์”  

    MARA PATANI จึงตัดสินใจไม่เข้าร่วมการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562

    และระงับการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการกับคณะพูดคุยสันติสุขฝ่ายไทย จนกว่าการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 จะแล้วเสร็จ

    รวมทั้ง MARA PATANI ยังเสนอให้รัฐบาลไทยเปลี่ยนตัวหัวหน้าคณะพูดคุยฯ ที่มีความน่าเชื่อถือกว่า “พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์” ด้วย
    [13]

    อ่านต่อ จริยศาสตร์การเมืองของคน จชต. (จบ) : บทสรุปจาก มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์


    [1] ประชาไท,20 ธันวาคม 2547,ผลวิจัยฯ ชี้รัฐบาลทักษิณมีส่วนโหมไฟใต้,(เข้าถึงจาก https://prachatai.com/journal/2004/12/1817 สืบค้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562)

    [2] ศูนย์ข่าวภาคใต้ สำนักข่าวอิศรา,28 เมษายน 2561,14 ปีกรือเซะ 14 ปีไฟใต้…กับชีวิตของแม่ที่นับวันรอลูกชายกลับบ้าน ,(เข้าถึงจาก https://www.isranews.org/content-page/67-south-slide/65492-mom-65492.html สืบค้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562)

    [3] วิกิพีเดีย,20 กุมภาพันธ์ 2562,กรณีตากใบ ,(เข้าถึงจาก https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%9A เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562)

    [4] MGR Online,10 เมษายน 2552,“เสื้อเหลือง” เฉียดหมื่นปักธง “พันธมิตรฯ” รับเวทีปราศรัยการเมืองสตูลครั้งแรก,(เข้าถึงจาก https://mgronline.com/daily/detail/9520000041141 สืบค้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562)

    [5] สถาบันข่าวอิศรา สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย,2 พฤศจิกายน 2549,“ผมขอกล่าวคำขอโทษด้วยใจจริง” ปากคำประวัติศาสตร์เพื่อเหยื่อตากใบของ ‘นายกรัฐมนตรี’,(เข้าถึงจาก https://deepsouthwatch.org/th/node/39

     สืบค้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562)

    [6] วิกิพีเดีย,27 พฤษภาคม 2560 ,สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (ประเทศไทย) พ.ศ. 2549 , (เข้าถึงจาก https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4_(%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2)_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2549 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562)

    [7] MGR Online,31 มีนาคม 2551,ขบวนการประชาสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้, (เข้าถึงจาก https://mgronline.com/specialscoop/detail/9510000038195 สืบค้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562)

    [8] เอกรินทร์ ต่วนศิริ.(2556) , เครือข่ายประชาสังคม: พลวัตและบทเรียนการพัฒนาสู่สันติภาพชายแดนใต้,กรุงเทพ:โครงการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นเพื่อฟื้นฟูชายแดนภาคใต้ (ชชต.) สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา

    [9] DSJ,28 กุมภาพันธ์ 2559 ,เครือข่าย คปส. กับการขับเคลื่อนเจตจำนงประชาชนมลายูมุสลิมปาตานีสู่สันติภาพ,(เข้าถึงจาก https://deepsouthwatch.org/dsj/th/8165 สืบค้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562)

    [10] รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช,3 มกราคม 2562,เลือกตั้ง 2562 : 15 ปีไฟใต้กับความหวังถึงสันติภาพหลังการเลือกตั้ง,บีบีซีไทย, (เข้าถึงจาก https://www.bbc.com/thai/features-46726952 สืบค้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562)

    [11] ศูนย์ข่าวภาคใต้ สำนักข่าวอิศรา,27 พฤษภาคม 2558, เปิดตัว MARA Patani พร้อมดึงทุกกลุ่มร่วมโต๊ะเจรจารัฐบาลไทย , (เข้าถึงจาก  https://www.isranews.org/content-page/67-south-slide/38862-table.html สืบค้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562)

    [12] บีบีซีไทย,23 มีนาคม 2018,Exclusive: หัวหน้าทีมมารา ปาตานี หมดหวังรัฐบาล หวังพึ่งพระบารมี ร. 10, (เข้าถึงจาก https://www.bbc.com/thai/thailand-43516716 สืบค้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562)


    [13] BBCไทย, 3 กุมภาพันธ์ 2562 ,ไฟใต้: มารา ปาตานี แถลงขอเปลี่ยนตัวหัวหน้าคณะพูดคุยฯ ฝ่ายไทย-ระงับการพูดคุยจนกว่าเลือกตั้งทั่วไปแล้วเสร็จ,(เข้าถึงจาก https://www.bbc.com/thai/thailand-47106756  สืบค้นเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2562)

    แสดงความคิดเห็น