คำตอบจากตัวแทนพรรคการเมืองต่อคำถามจากเวทีประชาสังคม จชต.

    0
    123

    เลขา เกลี้ยงเกลา

    เก็บตกเสียงจากเวที 8 เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมเสนอเชิงนโยบายต่อพรรคการเมือง กับคำถามเด็ดๆ พร้อมคำตอบจากตัวแทนพรรคการเมือง 10 พรรคคือ 1.ผศ.ดร.วรวิทย์ บารู พรรคประชาชาติ 2.นายอันวาร์ สาและ พรรคประชาธิปัตย์ 3.นายอดิลัน อาลีอิสเฮาะ พรรคพลังประชารัฐ 4.นายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเต๊ะพรรคภูมิใจไทย 5.นางสาวอนัตตา แข็งแรง พรรคเพื่อชาติ 6.นางสาวปาตีเมาะ เปาะอีแตดาโอะ พรรครวมพลังประชาชาติไทย 7.นายมะยูนัน มามะ พรรคพลังปวงชนไทย 8.นายประเสริฐ ราชนิยมพรรคอนาคตใหม่ 9.นายกรณ์ มีดี พรรคแผ่นดินธรรม 10.นายมะยูนัน มามะ พรรคพลังปวงชนไทย

    ขณะที่เสียงสะท้อนในเวทีจากคนไทยพุทธคือ 1.ขอความมั่นคงในการอยู่ในพื้นที่ 2.ขอความปลอดภัยในพื้นที่ 3.การอยู่ร่วมแบบวิถีไทยพุทธและพหุวัฒนธรรม 4.ลดอารมณ์และผลกระทบของชาวไทยพุทธจังหวัดชายแดนภาคใต้

    ทั้งนี้ ผศ.ดร.วรวิทย์ บารูพรรคประชาชาติ กล่าวว่าประเด็นเรื่องความปลอดภัย ตลอดเวลาที่ทำงานในพื้นที่ หาทางออกในปัญหาความไม่เข้าใจกันด้วยการแก้ปัญหาร่วมกันทุกฝ่าย พรรคประชาติให้ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน จะฟังทุกประเด็นที่สะท้อนมา ทางพรรคร่วมฟังมาตลอดแลเจะนำไปใช้ต่อไปแน่นอน

    ส่วน ปกรณ์ มีดีพรรคแผ่นดินธรรม กล่าวต่อประเด็นนี้ว่าจะสร้างนิคมดูแลชาวไทยพุทธ การแก้ปัญหาคนร้ายด้วยการตรวจสอบดีเอ็นเอ หากเจ้าหน้าที่รัฐ กำนัน, ผู้ใหญ่บ้านหากมีพบพัวพันกับฝายขบวนการ ต้องตรวจสอบได้และปลดออกจากตำแหน่งทันที

    ด้าน อดิลัน อาลีอิศเฮาะพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่าการแก้ไขปัญหาคือทำอย่างไรให้คนในสังคมอยู่ร่วมกันได้ ในฐานะนักการเมือง ต้องหยิบทุกประเด็นมาแก้ปัญหาให้ได้ ประชาชนไม่เคยกลัวกฎหมายแต่กลัวผู้ที่ใช้กฎหมาย

    สำหรับอับดุลกอฮาร์อาแวปูเต๊ะ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงแม่ทัพหญิงที่เป็นผู้วางยุทธศาสตร์ของพรรคว่า ไม่ทิ้งประเด็นผู้หญิงอย่างแน่นอน ด้านคนไทยพุทธในเรื่องอารมณ์ ความรู้สึกและจิตใจ มีคนทำงานด้านเยียวยา แต่ใช้กฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ต้องให้มีการเยียวยาจิตใจและควบคุมอารมณ์การสื่อสารทางโซเชียลที่โจมตีกันด้วยใช้คุณธรรมสร้างชาติยืนยันไม่มีการซื้อเสียง ไม่มีระบบนายทุน

    ส่วน อันวาร์ สาและ พรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่าการแก้ปัญหาภาคใต้ ต้องไม่วางไว้ที่ทางฝ่ายความมั่นคงเท่านั้น ความมั่นคงต้องมาจากภาคประชาชนและทุกคนมีส่วนร่วม มองทุกศาสนาเท่าเทียมกันต้องปฎิบัติให้ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน มีความเป็นธรรม ยุติธรรมให้อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน นโยบายหลายๆ ข้อต้องได้รับความเห็นชอบจากคนในพื้นที่

    นอกจากนี้จากคำถามเรื่องความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ และประโยชน์ของประชาชน รวมทั้งการดูแลประชาชนในพื้นที่ แต่ละพรรคมีคำตอบคือปาตีเมาะ เปาะอีแตดาโอ๊ะ พรรครวมพลังประชาชาติไทย กล่าวว่าพรรคการเมืองที่ดี เริ่มจากการเมืองที่ดี ทุกคนในพรรคนี้ต้องเรียนโรงเรียนการเมือง ทุกคนต้องมีจริยธรรม คุณธรรม หากใครไม่ทำตามหน้าที่ จะมีคณะกรรมการปลดออกได้ทันที พรรคมาจากการลงขันของสมาชิกพรรค ไม่มีเงินนายทุนไปซื้อเสียง พรรคนี้จะแก้ปัญหาชายแดนใต้อย่างเต็มที่ เสียงของทุกคนเท่ากัน การแก้ปัญหาพืชผลการเกษตรต้องให้ได้ราคาเท่าเทียม

    ขณะที่ อันวาร์ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเพิ่มเติมถึงประเด็นความซื่อสัตย์ต้องแก้ด้วยศาสนาต้องมีศาสนาในการหาทางแก้ปัญหา “นโยบายของประชาธิปัตย์ที่ผ่านมาคือการผลักดันของพรรคเพื่อประชาชนเช่นเรียนฟรี, เบี้ยผู้สูงอายุ ที่ดูห่างเหินเพราะกฎหมาย ไม่มีการปลดล็อคทางการเมืองหากไม่มีตรงนี้พร้อมพบประชาชนอยู่ตลอดเวลา การแก้ปัญหาทางอาหาร ต้องตั้งคนอนุรักษ์ทางทะเล ตั้งสภาการประมง ให้ชาวประมงในการดูแลแก้ปัญหาด้วยพวกเขาเอง พัฒนาการศึกษามาตลอดเช่นโครงการอิงกลิส ฟอร์สคูลการปรับผลงานครูให้เป็นไปตามคุณภาพของเด็ก นวัตกรรมการศึกษาต้องดูตามความจำเป็นและสามารถนำไปใช้ได้ ต้องแยกปัญหาในพื้นที่ให้ถูกต้อง”

    สำหรับคำถามในการแก้ปัญหาการใช้เงินซื้อเสียง การบีบบังคับโดยกลไกภาครัฐให้ช่วยเหลือฝ่ายตนเอง การแก้ปัญหาราคาการเกษตรตกต่ำ ปัญหาการประมง เขตอุทยานบูโด และการรักษาทรัพยากรในพื้นที่ ยกฐานะทางเศรษฐกิจและด้านการศึกษานั้นผศ.ดร.วรวิทย์กล่าวว่าการเมืองไทยต้องไม่มองนักการเมืองเป็นคนร้ายหรือปีศาจไปแก้ปัญหาโดยไม่แบ่งแยกเป็นฝ่ายใด “การทำงานต้องใช้ใจในการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เรื่องการประมง ได้ประสานกับทางตัวแทนของอียูโดยตรง ด้านการเกษตรใช้ผลงานวิจัย ในการเอาไปแก้ปัญหา”

    โดย มะยูนัน มามะ จากพรรคพลังปวงชนชาวไทย กล่าวถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยการใช้เศรษฐกิจพอเพียง เพิ่มกองทุนหมู่บ้าน เพิ่มศักยภาพครู โรงเรียนเอกชนให้เท่าข้าราชการการปลูกฝังเยาวชนให้เข้มแข็งยืนยันไม่ใช้เงินซื้อเสียง     ขณะที่ตัวแทนพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า พรรคไม่มีสส.มาก่อน ไม่มีการซื้อเสียงแน่นอนเพราะจะไม่มีการถอนทุน ด้านการศึกษาจะให้ท้องถิ่นมีการออกแบบการศึกษาของตนเอง

    ขณะที่ อนัตตา แข็งแรง พรรคเพื่อชาติได้แสดงความเห็นว่า ต้องลดความเหลื่อมล้ำของทุกคน ความซื่อสัตย์ต้องสร้างด้วยตัวเราเอง การปฎิบัติของนักการเมืองต้องทำด้วยความจริงใจให้ประชาชนได้เห็นเอง การแก้ปัญหาการศึกษาต้องสร้างเด็กๆ ตั้งแต่วัยอนุบาล ให้โตไปอย่างมีคุณภาพต่อไปในอนาคต

    ทั้งนี้ รศ.ดร.โคทม อารียา ผู้แทนสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดลกล่าวสรุปเวทีนี้ว่า ข้อเสนอของภาคประชาสังคมคือ ประเด็นความปลอดภัยมาเป็นอันดับแรก ขอให้ทางพรรคการเมืองนำไปพิจารณาต่อไป ประเด็นพูดคุยสันติภาพยังมองน้อยอยู่ ประเด็นความเป็นอยู่ของประชาชน ความยุติธรรม การดูแลเรื่องการสื่อสารของภาคประชาสังคม ต่อการสื่อสารประชาชน ข้อเท็จจริงการศึกษาต้องนำประเด็นงานวิจัยไปพัฒนาการศึกษา ต้องแก้ปัญหาทั้งระดับชาติและระดับภาค นำการเมืองนำการทหารและพัฒนาด้านภาษา

    เหล่านี้ คือ ความเคลื่อนไหวในกระแสการเมืองของประชาสังคมต่อผู้สมัครรับเลือกตั้งชายแดนใต้ ก่อนเข้าคูหาเลือกตั้ง 24 มีนา เร็วๆนี้..

    แสดงความคิดเห็น